
เขาใหญ่ อีกแร้ว ? หลายคนอาจส่ายหัวดิกๆ แต่.. เขาใหญ่นี้ มีอะไรมากกว่าที่คิดนะเอ้า ทั้งรีสอร์ทเก๋ๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่ขึ้นกันพรึ่บพรั่บให้ได้ไปลิ้มลอง แถมยังไปได้ไม่เกี่ยงฤดูอีกตะหาก ว่างๆ ไม่มีไรทำ นึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถขับรถผลาญน้ำมันเล่นๆ ชิวๆ ไปได้

นี่คือนิวาสถานของทริปนี้ ภูวิว รีสอร์ท รีสอร์ทแนวบาหลีที่โอเคระดับนึง ราคาไม่สูงมาก คืนละ 1,500 บาทเท่านั้น เพราะทริปนี้เน้นกินและกินมากกว่า แถมยังเป็นจุดยุทธศาสตร์เพราะใกล้ตำแหน่งของร้านรวงต่างๆ ตามแผนการเดินทาง ก็เลยบิงโกที่นี่ ห้องนอนกว้างขวางมากมาย แต่ห้องน้ำนี่สิ กว้างก็จิงอ่ะนะ แต่มาน open air แบบ no choice ตอนอาบน้ำตอนกลางคืนนี่สุดยอด จินตนาการที่เค้าว่าสำคัญกว่าความรู้เนี่ย มันจะบรรเจิดจนแทบจะวิ่งๆ ผ่านน้ำเอาเลยทีเดียว อิอิ ด้านหลังรีสอร์ทมีทุ่งดอกอะไรไม่รุเหลืองๆ ด้วย สวยดีเหมือนดอกบัวตองเลย

หลังเก็บข้าวของเข้าที่พัก เราก็เริ่มมื้อเบาๆ กันที่ร้านแรกนี่เลย The Sala ชื่อฝรั่งว่า เดอะ ซาล่า หรือชื่อไทยคือ เดอะ ศาลา นั่นเอง ตัวร้านเป็นศาลาใหญ่ๆ หลังคาสูง โปร่งโล่ง เน้นให้มองวิวป่าเขาไปได้ไกลๆ สุดลูกหูลูกตา โต๊ะเก้าอี้เน้นตัวใหญ่ๆ นั่งสบายๆ ตกแต่งกึ่งไทยกึ่งฝรั่ง เพราะมีโซนที่นั่งแบบหน้าเตาผิงด้วย ทำเอาเลือกนั่งกันไม่ถูกเลย ที่นี่เป็นร้านอาหาร มีกาแฟสด ไวท์และก็ของที่ระลึกน่ารักๆ แถมมีที่พักที่เป็นเต้นท์แบบหรูหราด้วย (คืนละ 2,500 แม่เจ้า แพงก่ารีสอร์ทตูอีก ถึงจะนอนได้ 4 คนก็เถอะ) พวกเราสั่งเครื่องดื่มมาลองแกล้มด้วยปอเปี๊ยะทอดกับสลัดผักให้สมกับเป็นมื้อเบาๆ หน้าตาก็ตามรูปด้านบนโลด รสชาติผ่าน แต่ราคาสอบตก เนื่องจากทำพวกเราเสียทรัพท์ไปมากกว่าที่คาด ของกินเล่น 2 อย่างนั่นแพงไปนิด นั่งเล่นรับลม (แรงคอดๆ) พร้อมกับ intro วิธีการเล่นไพ่ circus แบบเซิร์ฟๆ ให้พี่ต๋อง นก นังมด พี่ปุ้ย เพื่อพร้อมรับศึกวันทรงชัยกันคืนนี้

หลังจากมื้อเบาๆมื้อแรก เราก็ไปมื้อเบาๆ มื้อที่ 2 (กินกันวันละ 5-6 มื้อแบบฮอบบิทกันเลยทีเดียว) ที่ สวนเมืองพร ตรงเขื่อนลำตะคองนั่นเอง เล็งมานานแระ หลังจากที่เค้าเปิดโซนใหม่ Music Studio Coffee & Bar เพราะมันจะอยู่ไกลจากเขาใหญ่ 20-30 โล เลยไม่ได้มาซักที ครั้งนี้เลยจับยัดมาในแผนการเดินทางด้วย ดูจากภาพจะเห็นว่าวิวนี้น่าหลงไหลมั่กๆ คิดดูว่าเรามานั่งกินกาแฟสดหอมๆ ริมเขื่อน ฮืมมม เอาใหม่ ริมทะเลสาป ตัวร้านเป็นกระจกยื่นออกไปริมผา มองไปเจอวิวแบบเนี๊ย โรแมนติกแบบมาขอแต่งงานกันที่นี่ได้เลย (รับรองว่าไม่ฝ่ายไหนก็ฝ่ายไหน say yes แน่นอน คริคริ) ตกเย็นก็จะมีวงดนตรีคลาสสิคมาเล่น ฉากหลังนักดนตรีเป็นน้ำเป็นเขาแบบนี้นะ บอกได้คำเดียวว่าสุดยอด

หลังจากผ่านการกินมาอย่างหนักหน่วงเมื่อวาน ก็ไม่ทำให้ร้านที่เราจะตามไปชิมวันนี้น้อยลง พวกเราตื่นกันสายๆ สบายๆ (พวกเราในที่นี้สงสัยจะมีแค่ มด & แหม่ม ที่เหลือนอนตื่นกันไว๊ไว สงสัยเป็นพวกคนแก่) กินข้าวเช้ากันเรียบร้อย เราก็มาต่อข้าวเที่ยงกันไม่นานจากนั้น ที่ ครัวเขาใหญ่ ร้านนี้เค้าว่าต้องมาชิมให้ได้ มาคราวก่อนไม่ทันได้ชิมแฮมแฮนด์เมดที่เค้าว่าสุโค่ย เลยต้องมาอีกที คราวนี้มามันก่อนเที่ยงเลย ให้มานรู้กันไปจะอดชิมอีก เลยได้ทันกิน แฮมซี่โครงหมู อร่อยสมคำร่ำรือจิงๆ รสชาติมันกลมกล่อมพอดี ติดมันนิดๆ โอ๊ยย ขอกลืนน้ำลายก่อน แถมคนที่มากินที่นี่ยังช่วยกันสั่งกลับบ้านไปคนละเป็นกิโลๆ มิน่าาา มาคราวก่อนถึงไม่เหลือ อีกเมนูนึงที่รักมากกก คือ แพนงเนื้อในตำนาน เค้าใช้เนื้อน่องลายมาทำ อร่อยนุ่มสุดๆ ติดใจมาจากคราวก่อนเลยต้องสั่งอีกที ร้านนี้ไม่ได้เน้นที่บรรยากาศหรือบริการอะไรเลย แต่คนแน่นตลอดเพราะของเค้าดีจิงๆ จากนั้นเราก็ตบท้ายกันที่ Primo Posto ร้านกาแฟสไตล์อิตาลีที่แนะนำไปคราวก่อน เพราะนกกะพี่ต๋องยังไม่เคยมา แถมนกยังได้แต้มเยอะสุด (ไปทางแกน X ด้านซ้าย) ตอนเล่น circus เมื่อคืนนี้อีก ได้เลี้ยงกาแฟคนทั้งทริป เลยต้องพามาให้ได้ 555
ช่างเป็นทริปกินทรหดจิงๆ กินกันไม่บันยะบันยัง กินกันไม่กัวคอเลสเตอรอล กินกันไม่กัวอ้วน เพราะคอยมีนังมดเชียร์เย้วๆ ว่า “อย่าได้แคร์” !














